บทที่ 9 การมาถึงของกำหนดการ
posted on 19 Dec 2009 20:09 by damraz19.12.09 ได้รับจดหมายจากเอเอฟเอสจ่าหน้าซองถึงฉันเอง
ทุกครั้งที่เอเอฟเอสส่งจดหมายมา
ฉันตื่นเต้นทุกครั้งเวลาที่จะแกะมันออก
แต่..
ผิดกับที่เอเอฟเอสโทรมา... ไม่มีใครไหนที่บอกว่า
'น้องคะ ได้โฮสแล้วค่ะ'
แต่จะเป็น 'น้องคะ เอกสารยังผิดอยู่ ถ้าน้องไม่ส่งภายในวันพุธ
เขาไม่ให้ออกนอกประเทศนะคะ'
(นั่นมันวันจันทร์!)
เรียกว่า เวลารับโทรศัพท์เบอร์แปลกขึ้นต้นด้วย 02
ต้องเตรียมใจว่า เอเอฟเอสรึเปล่าวะ
ถ้าใช่ กูไปทำอะไรผิดรึเปล่า เอกสารส่งครบนะ สงสัยทำอะไรผิดอีกแหงๆ
ความรู้สึกประมาณนี้ค่ะ
----------------
แต่การเปิดจดหมายครั้งนี้ ดูจะเป็นครั้งที่ตื่นเต้นที่สุดตั้งแต่ที่เคยเห็นมา
วันออกเดินทาง
Brazil จำนวน 40 คน รายละเอียดการเดินทาง - วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553
BKK 02:25 - DXB 05:55
DXB 10:35 - GRU 18:30
เท่ากับว่า ออกจากไทยไปดูไบ 3 ชั่วโมงครึ่ง
รอทรานซิส 4 ชั่วโมงครึ่ง
จากดูไบไปเซาเปาโล อีกเกือบ 8 ชั่วโมง
รวมทั้งหมด 16 ชม. ,Jet lag ซัก 2 อาทิตย์เป็นไง

บทที่ี่่ 3 วันประกาศผล..
posted on 18 Dec 2009 22:27 by damrazวันประกาศผล
หลังจากสอบสัมภาณ์ประมาณ 1 เดือน
เมื่อฉันรู้ตัวว่าฉันสอบผ่านข้อเขียนเอเอฟเอสแล้ว ทุนต่างๆ ก็ไม่สำคัญอีกต่อไป
ระยะเวลาหลังจากที่ สอบสัมภาษณ์เสร็จ ถึง วันประกาศผล
เป็นอะไรที่ยาวนานมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก (ดูจากจำนวน ก.ไก่)
เวลายิ่งนาน ไอ้คนที่ได้ชื่อแค่ว่า 'สอบข้อเขียนผ่าน' ก็ยิ่งฟุ้งเฟ้อ
คิดอะไรไร้สาระ คิดอะไรเรื่อยเปื่อย ชีวิตนี้กูเกิดมาแค่รอผลเอเอฟเอสเท่านั้น
เคยคิดเล่นๆว่า เฮ้ย ถ้าเราติดขึ้นมา ต้องจากบ้านไปตั้งปีนึงเลยนะ
โฮสล่ะ เค้าจะเป็นยังไง แล้วเราจะได้ประเทศอะไร ไปแถวๆ โมซอมบิก ก็ไม่ไหวนะ
แล้ว ณ ตอนที่ประกาศผลล่ะ เรารู้เองหรือว่าเพื่อนโทรมาบอก
แล้วเราจะอยู่ที่ไหนถ้าเพื่อนโทรมาบอก บ้าน ร้านก๋วยเตี๋ยว บนรถเมล์
แล้วตอนที่รู้ผลจะเป็นยังไง กรี๊ด กระโดด ร้องไห้ ...
ถ้าติดจะทำปฏิกิริยาอย่างไร
ถ้าไม่ติดล่ะ จะเสียใจมากขนาดไหน
....
เปิดเว็บดูทุกวัน ทั้งๆที่รู้ว่า อีกเกือบเดือนกว่าจะประกาศ
เคยนับถอยหลังอะไรซักอย่างไหม
นับถอยหลังเพื่อไปสู่สิ่งที่เราก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร
แต่ก็ยินดีที่จะนับ เพราะเราเชื่อว่าเราต้องทำได้
เชื่อมั่นและมั่นใจในความไม่แน่นอน
มีจุดยืนเป็นของตัวเอง โดยที่ไม่ได้ก้มลงไปมองเลยว่า
จุดที่เรายืนอยู่ อยู่บนปลายเหวเกือบจะตกลงไปอยู่แล้ว
.....
แต่ของฉันมันไม่ใช่ ไม่ใช่ฉัน ไม่ใช่วันนี้..
เช้าวันนั้นตื่นขึ้นมา โดยที่ยังรู้ไม่อนาคตของตัวเอง วันนั้นทั้งวัน
ใจจดใจจ่ออยู่กับไอพอตข้างกาย เข้าแต่เว็บเดิมๆ
กดรีเฟรชไปเรื่อยๆ เขาก็ประกาศอยู่ตัวเบ่อเริ่มว่า
'ประกาศผลผู้ผ่านการสอบคัดเลือก ณ วันที่ 31 กรกฏาคม 2552 '
แต่วันนั้นมันคือวันที่ 30 ไงเล่า่!
เย็นวันนั้น ได้คุยกับแม่อย่างเศร้าๆ อย่างคนที่ไม่รู้อนาคตตัวเองว่า
'ถ้าไม่ติดล่ะ'
แม่ได้ยินแล้วหัวเราะ แล้วพูดว่า
'ติดอยู่แล้ว'
ติดอยู่แล้ว ติดอยู่แล้ว ...
จริงหรอคะ? แม่พูดจริงหรือเปล่าคะ? ทำไมหนูถึงไม่รู้สึกดีขึ้นเลยล่ัะ?
ก่อนจะประกาศผล โทรศํพท์ของฉันก็ดังไม่หยุด
เพราะว่าไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียวที่รอคอยผลการสอบอยู่
เพื่อนฉันอีกตั้งหลายคน ก็ตั้งหน้าตั้งตา คอยเหมือนฉันเช่นกัน
แยม หนึ่งในจำนวน 4 สายที่โทรเข้ามาอย่างไม่หยุด ได้บอกว่า
'ลี่ เอเอฟเอสประกาศผลแล้ว เข้าไปดูหรือยัง'
เสียงแยม..ใครฟังก็รู้ว่าเธอได้เห็นสิ่งที่ฉันรอคอมมาเกือบ 30 วันแล้ว
ใช่! เธอรู้ผลแล้ว!
.....
ฉันรีบสวนทันควัน
' หยุด! ห้ามพูดอะไรทั้งสิ้น ห้ามบอกผลสอบนะ ! '
ทุกวันที่ตื่นขึ้นมา กล้าพูดว่า ฉันตื่นมาเพื่อนับถอยหลังวันประกาศผล
ฉันจะไม่ยอมให้ความพยายามของฉัน จบลงแค่เพราะว่า แยมโทรมาบอกหรอก
รอคอยมาตั้งนาน ฉันจะไม่ยอมรู้ผลทางโทรศัพท์แน่นอน
ครั้งนี้ ขอดูให้เห็นด้วยตาตัวเองเลยว่า ความพยายามที่ทุ่มเทไป มันจะมีค่าซักเท่าไหร่กันเชียว
เพราะกำลังจะเปิดเข้าไปดูแล้ว เพราะกำลังจะรู้แล้ว อีกนิดเดียวเท่านั้น
ตอนนั้น มีความรู้สึกนึงแว๊บขึ้นมาว่า
ความสำเร็จกับความผิดหวัง มันอยู่ห่างกันแค่เพียงปลายนิ้วคลิ๊กเท่านั้นเอง..
ฉันสูดหายใจลึก ๆ บอกกับตัวเองว่า ทำเต็มที่ที่สุดแล้ว
จากนั้นฉันเปิดเว็บของเอเอฟเอส พิมพ์ชื่อโรงเรียนลงไป
กด ตกลง
....
...
...
'....................................................................................'
วินาทีนั้น เหมือนโลกทั้งใบได้หยุดลง ไม่ได้หมุนเหมือนอย่างเช่นเคย ทุกอย่างหยุดนิ่ง..
สิ่งที่เห็นตรงหน้ายิ่งกว่าเห็นดาราที่เราชื่นชอบ
ยิ่งกว่าได้รางวัลนางงามจักรวาล
ยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้นบนโลกใบนี้
ที่ฉันกำลังพูดถึงคือ
'รางวัลของชีวิต ชีวิตของฉันเอง ; D'
พ่อแม่ หนูติดเอเอฟเอสแล้ว!!!!!!
โอยยยย สุดยอดแห่งคำบรรยาย ไม่เจอจริงๆจะไม่เข้าใจความรู้สึกนี้
ความรู้สึกที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรได้
อย่าว่าแต่ตัวอักษรเลย บรรยายออกมาเป็นคำพูดก็ไม่รู้จะพูดยังไงดีเหมือนกัน
ไอ้ความรู้สึกที่ว่า ความทุ่มเท ความพยายามที่ได้ทำไปตอนแรก
มันมีประโยชน์จริงๆด้วยอ่ะ มันได้ใช้งานแล้วโว้ยแกเอ้ยยย
ฉันกรี๊ดสุดเสียง! กระโดดมากที่สุดเท่าที่จะทำได้!
ดีใจมากกว่าตอนแรกไม่รู้กี่เท่า กระโดดกอดพ่อแม่ทั้งน้ำตา
น้ำตา ... เหมือนจะรู้ว่าจะต้องมีวันนี้ เพราะมันไหลออกมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
ไม่ มันไม่ใช่น้ำตาแห่งความเสียใจ
มันคือน้ำตาแห่งความดีใจต่างหาก
ดีใจมากกกกกก ถึงมากที่สุด สุดตรีน!
ตอนนั้นฉันยิ้มให้กับตัวเอง ขอยิ้มกว้างๆให้กับตัวเอง :D
ครั้งนี้ฉันขอนะ วันนี้เป็นวันของฉัน
วันที่ฉันทำได้ วันที่ฉันได้เป็นเด็กแลกเปลี่ยนกับเค้าซักที
'เย็นวันที่ 30 กรกฏาคม 2552 ตอน 18 นาฬิกากว่าๆ '
เป็นวันที่เปลี่ยนชีวิตของฉัน ไปตลอดกาล
พ่อแม่ หนูทำสำเร็จแล้วค่ะ : D
'นางสาว พูนสิน หาญยืนยงสกุล สามเสนวิทยาลัย ตัวจริง บราซิล/ใต้'
edit @ 19 Dec 2009 19:54:23 by DAMRAZ
บทที่ 8 คุยกันครั้งแรก ; )
posted on 09 Dec 2009 20:50 by damraz8.12.09
ตั้งแต่วันที่ ฉันได้รู้ชื่อสมาชิกครอบครัวของฉันที่นั่น
ที่อยู่ของฉัน,ชื่อรัฐ --- ที่เกิดมาในชีวิตนี้ฉันก็เพิ่งเคยเห็นครั้งนี้ครั้งแรกนี่แหละ!
มันก็เป็นธรรมดาที่ต้องเอาชื่อของพวกเขา ไปหาตามเว็บไซด์ต่าง ๆ
ขอเกริ่นก่อนว่า คนบราซิลเลี่ยนเนี่ย เค้าชอบเล่นกันอยู่เว็บนึง ชื่อว่า
www.orkut.com
เห็นดังนั้นฉันจึงไม่รอช้า พิมพ์ชื่อ - นามสกุล ของพวกเขาลงไป
หวังว่าจะได้เห็นหน้าพวกเขา ระหว่างรอโหลด ใจฉันเต้น จะได้เห็นหน้าพวกเขาแล้วโว้ย!!
.
.
.
!!!!!!!!!!!!! O___o !!!!!!!!!!!!!
งั้นเอาใหม่ ๆ
พิมพ์ชื่อ - นามสกุล - เมือง - รัฐ
.
.
.
!!!!!!!!!!!!! O______o !!!!!!!!!!!!
สรุป อี 150 กว่าคนนี่ พ่อกูหมดเลยใช่ไหมเนี่ยย?!
ระบุซะขนาดนี้แล้ว คนชื่อซ้ำกันเยอะได้อีกกกก
ในเวลาต่อมา ฉันก็ได้ทราบว่า มีพี่รุ่นสี่สิบแปด อยู่เมืองฉันด้วย !
แล้วยิ่งกว่านั้น พ่อของพี่เค้า กับพ่อของฉัน ก็รู้จักกันอีก (โลกกลม
)
สุดท้ายพี่เค้าก็ให้ชื่อ ลูกสาวคนเล็กของบ้านมา
ชื่อจริง ชื่อกลาง นามสกุล
อ๋อออ... มันต้องมีชื่อกลางงงง!!!!!!
กูก็โง่อยู่ตั้งนาน แอดมันไปทุกคนเลย 100 กว่าคนที่ชื่อเหมือนโฮส
= ='
แต่แล้ว ความพยายามของฉันก็เป็นผลสำเร็จ ; )
ด้วยความไม่แน่ใจ เพราะชื่อที่ซ้ำกันเยอะมาก แต่....
วินาทีที่ ได้เห็นประโยคด้านบน มันรู้สึกเหมือน
เฮ้ย เค้ามีตัวตนด้วยว่ะ 55555
รู้สึกเหมือน คนนี้แหละ ... พี่สาวของฉัน ; )
มันเป็นความรู้สึกเดียวกับวันที่เอเอฟเอสส่งอีเมล์มา
ฉันเปิดมันขึ้นมา แล้วเห็นชื่อพ่อและแม่ของฉัน
เป็นความรู้สึกที่ ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นตัวเขียนได้
รู้สึกดีก็ใช่ รู้สึกตื่นเต้นก็ใช่
มันเป็นความรู้เดียวกับตอนที่ เมล์ของโฮสเด้งขึ้นมาที่หน้าจอคอมพิวเตอร์
แล้วหลังจากนั้น เราก็ใช้เวลาเกือบจะ 3 ชม.
ในการทำความรู้จักกัน ตอนนี้ฉันบอกได้คำเดียวตอนนั้นฉันรู้สึก...
ฉันรู้สึกอบอุ่น
สุดท้าย ขอบคุณโฮสที่เลือกหนูค่ะ
จะเขียนเป็นโปตุกีซยังไงล่ะ
Muito Obrigada
คำเดียวก็พอ เพราะเขียนเป็นอยู่คำเดียว 5555
edit @ 18 Dec 2009 23:10:27 by DAMRAZ
บทที่ 7 โฮสของฉัน;)
posted on 26 Nov 2009 19:51 by damrazวันที่ 26 พย. 52
เป็นวันที่ฉันได้รู้ว่าตัวฉันจะได้ไปอาศัยอยู่ ณ อีกสถานที่ที่เรียกว่าบ้าน
อีกแค่ 69 วันฉันก็จะได้เห็นหน้าพวกเขา ;)
edit @ 18 Dec 2009 23:09:50 by DAMRAZ
บทที่ 6 ไม่กี่วัน
posted on 18 Nov 2009 21:55 by damrazนับจากวันนี้ 18 ธันวาคม 2552 ก็จะเหลือเวลาทั้งสิ้นอีกแค่ 69 วัน
ที่จะได้ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศบ้านเกิด... ก่อนที่จะจากประเทศนี้ไป
ณ วันที่ 26 กพ. 2553 (02.00น.) ,แล้วกลับมาอีกครั้ง ในวันที่ 21 มค. 2554
ดูตัวเลขแล้วใจหายไหม? ถ้าถามฉัน .. ฉันคงต้องตอบว่า ใจหายมากถึงมากที่สุด
พ่อแม่ครอบครัวเพื่อนครูคนรู้จัก ..
ฉันจะกล้าทิ้งพวกเค้าไว้ข้างหลัง แล้วเดินไปตามเส้นทางของฉันไหม
เดินไปตามทางที่ฉันเองก็ยังมองไม่เห็นดีนัก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะเป็นเช่นไร
ตอนนี้ฉันยังคงให้คำตอบมันไม่ได้
สิ่งที่เฝ้ารอ...
รู้ดีว่าที่นั่นไม่ได้สบาย
มีทั้ง ทุกข์ สุข เศร้า เมา ลำบาก เสียใจ ท้อใจ มันส์ ป่วย
การเดินทางระยะยาวครั้งนี้
อาจจะค้นพบ ..
- จุดต่ำสุดของชีวิต
- จุดสูงสุดของชีวิต
เวลามันผ่านไปเร็วนะ
จะไปทำไมกัน ในเมื่อมันไม่ได้สบาย
อยู่บ้านดีกว่าไหม?
ทำไมถึงอยากไป ทำไมถึงต้องอเมริกาใต้ ทำไมต้องบราซิล ทำไมต้องเอเอฟเอส
ทำไมทำไมทำไมทำไมทำไมทำไม
ทำไม?
ทำไมถึงต้องไม่อยากไป ทำไมต้องสงสัยว่าจะไปดีไหม ทำไมต้องคิดมาก
กลัวลำบากเหรอ?
ชีวิตไม่ได้มีแค่ความลำบากนะ..
ชีวิตมีอะไรอีกตั้งเยอะแยะไป อยากไปเจอมันไหมละ ถ้าอยาก..เก็บกระเป๋าแล้วไปกับฉัน
ไปหาคำตอบด้วยกัน กล้าไหมที่จะเดินไปตามหนทางที่ตัวเราเองเป็นคนกำหนด
ไว้ใจตัวเองไหม , ฉันไว้ใจตัวฉันเอง และฉันคิดว่าคำตอบที่ฉันกำลังตามหา
มันอยู่ที่นั่น ... บราซิล
edit @ 18 Dec 2009 23:07:51 by DAMRAZ
บทที่ 5 ค่ายใต้..ใครว่าไม่สนุก?
posted on 08 Nov 2009 19:05 by damraz
บทความนี้ มีคำหยาบอยู่มากมาย เพราะฉันได้อ่าน 3 อันที่ฉันเขียนไว้ก่อนหน้า
แล้วมีความรู้สึกว่า 'ทำไมเมิงพูดเพราะจังเลยฟะ?!'
บทความที่ 4 ของฉันจึงอัดลงเต็มที่ เพื่อเสริมสร้างอารมณ์ของผู้อ่านซึ่งมีอยู่น้อยนิด..
..ให้พุ่งกระฉูดสุดเหวี่ยงเลยนะคะ :)
'ค่ายใต้ ใครว่าไม่สนุก..'
ถ้าได้ยินเด็กแลกเปลี่ยนคนไหนพูดประโยคนี้ เชื่อว่าเขาคนนั้นต้องโกหกแน่นอน
แถลงไข; อะไรคือ 'ค่ายใต้'(วะ)
ค่ายใต้ย่อมาจาก 'การอบรมเยาวชนเอเอฟเอสกลุ่มภาคพื้นทวีปใต้' นะจ๊ะ
ฉันไม่แน่ใจว่า ค่ายเหนือจะสนุกเท่าค่ายใต้ไหม
แต่ที่รู้ๆ 'ค่ายใต้เป็นอีกสิ่งหนึ่งในชีวิตที่ฉันจะไม่มีวันลืม'
เพื่อน พี่ อาจารย์ เสียงเพลง ภาษาที่สาม เสียงหัวเราะ
น้ำตา และความมันส์ที่สุดในชีวิต
เจอได้ที่ค่ายเอเอฟเอสเท่านั้น!
ฉันมีคำถามจะถามคุณ ช่วยตอบหน่อยนะ
.
.
ครั้งสุดท้ายที่คุณเต้นแรงที่สุดตอนไหน?
ครั้งสุดท้ายที่คุณร้องไห้หนักสุดตอนไหน?
ครั้งสุดท้ายที่คุณกรี๊ดสุดเสียงที่สุดตอนไหน?
ครั้งสุดท้ายที่คุณพูดภาษาอังกฤษมากที่สุดตอนไหน?
ครั้งสุดท้ายที่คุณ ถอดเสื้อกันหนาวของคุณ แล้วเอามันออกมาเหวี่ยง
พร้อมๆกับกระโดด เอานิ้วมือชูขึ้นฟ้า และแหกปากร้องเพลงดังสุดเสียง
ล่าสุด...ตอนไหน?
ถ้าฉันไล่อ่านคำถามทีละข้อๆ พร้อมกับพยักหน้าในใจ
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฉัน
พร้อมกับพูดออกมาว่า..
ครั้งสุดท้ายที่ฉันทำอะไรแบบนี้
คือวันที่ฉันได้เข้าค่าย ค่ายๆ นั้นที่ฉันจะไม่มีวันลืม
ค่ายๆ นั้นที่มีแต่ความหวังดี ความสุข รอยยิ้ม นานานับประการ
ค่ายๆ นั้น ค่ายเอเอฟเอส...
**มีคนหลายๆคนพูดคำพูดดีๆ เกี่ยวกับค่ายไว้ ,แต่ฉันขอเอาประโยคของ พี่กีต้าร์ สวีเดน48 มาให้อ่านกันนะ**
ไม่มีใครอธิบายความมันส์ค่ายได้หรือถ้าอธิบายก้คงรับรู้อะไรไม่ได้มากเท่ากับเราได้เจอด้วยตัวเอง ..
จนตอนนี้มาอยู่ประเทศนี้แล้ว อดใจรอใช้เวลากะเพื่อนและอยู่ในประเทศไทยให้คุ้มค่า
จะไม่รักประเทศไทยเท่าพวกเราเลยอะ ประเทศไทยสุดยอดที่สุดแล้วอะ ตอนไปน้องอาจเจอปัญหาหรืออะไรมากมาย น้องก็ปรึกษาพี่ได้ยินดีนะ แม้ไม่ใช่พี่ประเทศแต่ก็ครอบครัวเดียวกัน ประสบการณ์เหมือนที่แตกต่างกัน พี่อาจช่วยไรน้องได้บ้าง
มาถึงวันนี้ .. เกือบจะสองร้อยวันแล้วที่ฉันได้รู้ว่าฉันได้เป็นเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยน
ก่อนที่จะหายหน้าไปเป็นเวลาเกือบ 365 วัน ไม่ได้เจอหน้าพ่อแม่ คนในครอบครัว
ไม่ได้เจอเพื่อนๆ ที่ดีในโรงเรียน ไม่เจอคุณครูที่คอยสั่งสอนเรา ไม่ได้เจอแม้แต่สัตว์เลี้ยงที่บ้าน
(หลังจากบรรทัดนี้ ขอความกรุณาเปลี่ยนเสียงในหัวสมองของท่าน
ให้เป็นเด็กหญิงอ้วนคนนึง กำลังระบายความในใจให้ฟัง)
ขอสารภาพเลย ว่าตอนนี้ฉันรู้สึก ดีใจ สับสน ท้อ ตื่นเต้น เสียใจ ไปพร้อมๆกัน..
เพราะอะไรน่ะหรอ?
ดีใจ เพราะ จะได้ไปที่ๆ หลายคนอยากไป อเมริกาใต้เชียวนะ แก๊
ดีใจที่จะได้มีประสบการณ์ครั้งนึงในชีวิตกับเขาบ้าง
สับสน เพราะ สับสนชีวิตตัวเอง บางวันฉันตื่นขึ้นมาในห้องนอนของฉัน
แล้วคิดว่าจะทำอย่างไรเมื่อการตื่นของฉันครั้งต่อไปมันไม่ใช่ที่บ้าน แต่เป็นอีกซีกนึงของโลก
ท้อใจ เพราะ เกิดคำถามขึ้นในใจ ถ้าโฮสเราไม่ดีล่ะ ถ้าโฮสเราขโมยของ ถ้าเราตกเครื่องล่ะ
ถ้าเราพูดภาษาเค้าไม่ได้จะทำยังไง เพื่อนที่นั่นจะรับเราได้ไหม
เราอ้วนนะ ใส่แว่น มีสิว ขี้บ่อยด้วย
ถ้าเขารับเราไม่ได้จะทำยังไง ถ้าเดินๆอยู่แล้วโดนจี้ล่ะ ถ้าเราโดนจับไปทำลูกชิ้น พ่อแม่เราจะรู้เรื่องไหม
ถ้าตอนที่เราไปพ่อแม่เราไม่สบายล่ะ โอ้ยยยย ท้อใจโว้ยยย!!
ตื่นเต้น เพราะ จะได้เจอสิ่งใหม่ๆ คนใหม่ๆ ตั้งบราซิลเลยนะ แสรด! แม่งแข่งกันทั้งประเทศนะเมิงง
คาร์นิวัล อะเมซอน แซมบ้า ดนตรี ฟุตบอล น้ำตกอีกวาซุ รูปปั้นพระเจ้าใหญ่ติดอันดับโลก
ได้ไปต่อเครื่องที่อเมริกาด้วย ตื่นเต้นว้อยยยย!!
เสียใจ เพราะ ต้องจากกับคนที่เรารักตั้งเกือบปีเลยนะ 365 วันเชียวนะ
บัดซบ อยู่ดีไม่ว่าดี อยู่บ้านก็สบายอยู่แล้ว จะหาเรื่องออกนอกประเทศทามมายยยยยยยยยย
แล้วอะไรกัน บราซิล ยาเสพติด ริโอเป็นเมืองที่อันตรายที่สุดในโลกนะว้อยยยย ควายเอ้ยย!!
จะบ่นทำไม ในเมื่อวันนั้นมาถึง แกก็ต้องไปอยู่ดี
จะมีบ้างไหม พอวันนั้นมาถึง จะบอกกับทางเอเอฟเอสว่า
'ไม่ไปละ กูกลัวคิดถึงแมวที่บ้าน'
คงไม่มีหรอกนะ .. ใช่ไหม?
สิ่งเดียวที่ทำได้ ณ ตอนนี้
ฝึกภาษาที่สามต่อไป
เค้าดาว นับวันบิน
พยายามทำตัวเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่
เป็นเพื่อนที่ดีของเพื่อนๆ
กลับบ้านเร็ว
ตั้งใจเรียน
......
credit: รูปจากพี่สอง Bra#47
edit @ 18 Dec 2009 23:05:59 by DAMRAZ
บทที่ 4 ความรู้สึก ณ ตอนนี้
posted on 30 Sep 2009 21:35 by damraz30.09.09
ฉันมีเพื่อนคนหนึ่ง เธอเป็นคนที่ฉันไม่สนิทเข้าขั้น เราไม่เคยคุยกันด้วยซ้ำ
วันนี้จะเป็นวันที่เธอจะอยู่บนผืนแผ่นดินนี้เป็นครั้งสุดท้าย
ก่อนที่เธอจะหายไปหน้าไปเป็นเวลาประมาณ 1095 วัน มันมากกว่าเวลาของฉันด้วยซ้ำ
และก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ที่ต้องมีเพื่อนๆของเธอหลายคน มาพูดบางประโยค ที่ฉันอ่านแล้วรู้สึกดีแทนเธอ
'แต่ความรู้สึกของฉันตอนนี้มันบอกไม่ถูก มันไม่ใช่ว่า ..
โธ่เว้ย อย่าให้ถึงทีของกูแล้วกัน! ,
แต่มันเป็นความรู้สึกที่ว่า ถ้าวันนั้นมาถึงจริงๆ
จะมีคนทำอะไรแบบนี้ให้ฉันบ้างรึเปล่า'
.
.
.
.
อีกแค่ 69 วัน (เอง)
ถึงเธอคนนั้น รัสเซียกับบราซิล มันห่างกันมากขนาดไหนนะ?
.
.
.
มอบให้เธอ โจดี้..

edit @ 18 Dec 2009 23:25:47 by DAMRAZ
บทที่ี่ 2 วันสัมภาษณ์
posted on 16 Sep 2009 15:30 by damrazหลังจากที่เราสอบผ่านข้อเขียนมาได้แล้ว เท่ากับว่า เราได้ผ่านมาอีกก้าว
ของการเป็นเด็กแลกเปลี่ยนแล้วนะ อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น
สู้ให้เต็มที่ พยายามให้ถึงที่สุด จุดหมายปลายทาง อยู่ข้างหน้าเราแล้ว ..
แล้วเขาจะมีเอกสารให้เราเลือกประเทศ 3 ประเทศที่อยากไปมากที่สุด
(เตรียมเหตุผลที่เลือกประเทศไปด้วย โดนถามแน่่นอน)
1. อเมริกา
2. บราซิล
3. นอร์เวย์
นี่! สวยงาม ฮ่ะ ๆ
-------------------------------------------------------
วัน สัมภาษณ์ ณ โรงเรียนสารวิทยา
'โห คนเยอะมากเลยอ่ะเด็กโรงเรียนอินเตอร์ทั้งนั้นเลย'
ฉันบ่น(อย่างเครียด)กับตวงหลังจากที่มาพร้อมหน้ากัน
เสร็จแล้วก็เดินไปดูบอร์ดประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสัมภาษณ์
มันเป็นกระดาษ A4 ขนาดพับครึ่งแล้วเขียนว่า
'ประกาศรายชื่อนักเรียนผู้มีสิทธิ์เข้าสอบสัมภาษณ์
โครงการเยาวชนเอเอฟเอสเพื่อการศึกษาและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมนานาชาติ
ระยะ 1 ปี รุ่น 49 ปี 2553-2554
สนามสอบ โรงเรียนสารวิทยา วันที่ 4 กรกฏาคม 2552
ห้องสอบที่ 12 อาหาร 4 ห้อง 441'
แล้วก็มีรายชื่อ นักเรียน 12 คน เรียงตามตัวอักษรภาษาไทย รวมถึงตัวฉันด้วย
ฉันอ่านใบนั้นแล้วเริ่มใจหายมันไม่มีชื่อเพื่อนฉันเลยซักคน มีโรงเรียนเดียวกัน 5 คน นั่นหมายถึง
รุ่นพี่ 3 คนและเพื่อนที่ฉันไม่สนิทอีก1 คน(ชื่อ โป๊ะโปะ , USA#49)
ฉันดูใบรายชื่อแล้วเดินกลับไปที่กลุ่มของฉัน
อะไรกันยังไม่เริ่มสอบเลยนะ จะมาใจหายแบบนี้ได้ไง T_______T
แค่ไม่มีเพื่อน ใช่ว่าเราจะไม่ได้สอบซะหน่อย
พอถึงเวลาสอบ พี่ๆ เค้าก็เดินลงมาเรียก 'น้อง ๆ ที่สอบตึก 4 ตามพี่ๆมาได้เลยค่ะ'
สิ้นสุดเสียงพี่ๆ ใจของฉันก็หล่นไปทีตาตุ่มทันทีไม่นะ นี่เรากำลังเผชิญหน้าอยู่คนเดียว !!
ไม่มีเพื่อนซักคนเลยยยยยยยย T T*
พอขึ้นไปถึงหน้าห้องสัมภาษณ์จากประสบการณ์ที่ฉันได้อ่านมาจากเว็บ
พี่ๆเค้าได้มาเขียนไว้ว่า ให้เราหาเพื่อนที่สัมภาษณ์ห้องเดียวกันไว้ (เพื่อกิจกรรมภาคบ่าย)
เมื่อฉันเห็นดังนั้นฉันก็เดินเข้าไปหากลุ่มคนแปลกหน้าทันที
เข้าไปแนะนำตัว ถามชื่อ แล้วก็ถามชื่อโรงเรียน
ด้านได้ อายอด นะคะน้อง
-----------------------------------------------------------
ต่อมา คนในห้องสอบ มี 12 คน
แบ่งเป็น 2 ภาค ภาคแรก (1-7) ให้ลงไปทำกิจกรรมด้านล่าง(ฮาแตกมาก!)
ส่วน ภาคที่สอง (8-12) ให้เตรียมตัวสอบสัมภาษณ์เดี่ยว!!
ฉันซึ่งอยู่ลำดับที่ 7 พอดี๊ พอดี! ก็ได้ลงไปทำกิจกรรมด้านล่างส่วนพวกที่เหลือก็ โชคดีละกัน!!
กิจกรรมด้านล่าง
พี่ๆเค้าจะให้เราจัดกลุ่มเป็นวงกลมใหญ่ ๆ จะมีพี่ๆ Returnee มาคอยคุม
ซึ่งฉันเห็นพี่ๆ Returneeครั้งแรก ฉันตกใจ ! ฉันนึกว่าพี่ๆจะต้องเรียบร้อยเป็นเด็กเรียนมากๆแน่เลย
คนแรกมาก ขอบอกว่าชี แร๊งมากกกกกกก !!!!!!!!
กิจกรรมก็มี ให้ร้องเพลงแจว ว่าใครไปประเทศอะไรให้ขึ้นมาแจว!
แต่ฉันชอบท่านี้ที่สุด พิซซ่าฮาดดดด ไก่เคนตั๊กเก้้ !! แม็กโดโน่วแม็กโดโน่ว !
จับกลุ่มเล่นเป่ายี๊ฉุบ ใครชนะเป็นนิวเคลียส ใครแพ้เป็นแมลงสาบใครแพ้อีกเป็น ชะนีขี่สะก๊อย
ขอบอกว่า มันส์ สุดๆเลยล่ะ ; DD!
เวลาผ่านไปประมาณ 30 นาที
เวลาแห่งความสนุก ได้จบลงแล้ว ...
ต่อไปต้องไปเผชิญหน้ากับความจริง
สัมภาษณ์แล้วใช่ไหม? สิ่งที่ฉันกลัวมาตลอด
มันกำลังจะมาหาฉัน ฉันต้องเผชิญหน้ากับมันเพียงลำพัง!
'น้องหมายเลข 7 ขึ้นห้องสัมภาษณ์ได้แล้วค่ะ'
สิ้นสุดเสียงพี่ Returnee ฉันก็เดินตามพี่เขาไปอย่างสงบเสงี่ยม
วันนั้นร่ายกายของฉัน และอีกหลายๆคน
คงจะแปรปรวน คือ มือเย็น แต่หน้าร้อน ใจเต้นเร็ว แต่เจี๋ยมเจี้ยม
เดินเข้าไปในห้องมีอาจารย์ผู้หญิง 1 คน(ดูน่าท่าทางดุ -.-)
อาจารย์ผู้ชาย 1 คน(หน้าเหมือนผู้ประกาศข่าวช่อง 3 คนนึง, โต๊ะข่าวบันเทิงชัด ๆ)
อย่างแรกฉันนั่งลงหน้าอาจารย์ทั้ง 2
'ชิบหายแล้ว ลืมไหว้! (เมื่อคืนฝึกมาทั้งคืน = =)'
ว่าแล้วฉันก็ยกมือไหว้อย่างกุลสตรีไทยพร้อมกับยิ้ม งง ๆ
(ตอนนี้มือเย็น ปากสั่น ไม่รู้สึกอะไรอีกต่อไปแล้ว)
คำถามเบสิคแรกก็เจาะเข้าไปในหัวสมองของฉัน:
-Okay , Can you introduce yourself?
ฉันบอกชื่อและคนในครอบครัวของฉันไป ฉันได้พูดถึงพี่สาวของฉัน ว่าพี่ไปเยอรมันมาแล้วได้โฮสไม่ดี
เช่น ไม่มารับที่สนามบิน(เชื่อไหม ฉันนึกคำว่า ' ไม่มารับที่สนามบิน'ไม่ออก!!) ไม่คุย ขโมยเงิน
และก็ งานอดิเรกของฉันคือการฟังเพลงสากลและดู ซีรี่ย์ต่างประเทศ
ครูเค้าก็ฟัง พยักหน้า แล้วยิ้มนิดหน่อย (ดีแล้วค่ะ ยิ้มให้หนูเยอะๆหน่อย กลัวจะตายอยู่แล้ว !!)
- แล้วถ้าเราไปเจอโฮสแบบ พี่สาวเรา คุณจะทำยังไง ?
ฉันบอกไปว่า 'การย้ายโฮส คงเป็นสิ่งสุดท้ายที่ฉันจะนึกถึง'
(ความจริงถ้าเจอแบบนี้ กูย้ายตั้งแต่ทีแรกแล้ว) 555555 บลาบลา ~
- เราบอกว่าชอบฟังเพลงสากลใช่ไหมไหนลองร้องมาให้ฟังซักเพลงสิ (เป็นคำถามที่ลืมไม่ลง)
เราก็อึ้ง ! ไม่ใช่อึ้งเพราะว่าร้องไม่เป็นแต่อึ้งเพราะว่าไม่รู้ว่าจะเอาเพลงไหนดี มันเยอะซะจนตีกันมั่วไปหมด
สุดท้ายก็จบลงที่ 'I'm yours ของ Jason Mraz' ที่เลือกเพลงนี้เพราะว่า
มันมีท่องแร๊บ! เชื่อว่าไม่มีใครร้องแร๊บได้ ดำน้ำแบบเราอีกแล้ว 555
(ดูจากคำถาม นี่คือสิ่งที่นักเรียนสัมภาษณ์ทุกคนต้องการ นั่นหมายถึง คุณประสบความสำเร็จในการดึงอาจารย์มาถามในเรื่องที่เราชอบได้แล้ว , เพลงสากล นั่นคือของเรา , และช่วงเวลาสั้นๆ นี้ขอให้คุณทำมันให้เต็มที่ที่สุด ศึกซ้อมมาเท่าไหร่ ใส่ไปให้หมด ไม่โชว์วันนี้จะให้ไปโชว์วันไหนได้เล่า !)
-ทำไมคุณถึงอยากไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม(ง่ายๆ ว่า แกไปเพื่ออะไรนั่นแหละ = = )
- จะทำยังไงถ้า ... ฯลฯ
ปล. คำถามจะเป็นภาษาอังกฤษซะส่วนใหญ่ อย่าไปกลัว!
----------------------------------------------------
'ฮัลโหล ตูลี่สัมภาษณ์เสร็จแล้วนะ T T'
ฉันแทบจะโทรหาพี่สาวฉัน (ลิตู GER#38) ทันทีที่เดินออกมาจากห้องสอบ
ฉันได้เล่าทุกอย่างให้พี่ฉันฟัง ทั้งคำถามที่กรรมการถาม ร้องเพลง
พี่ฉันขำใหญ่ ขำที่ฉันไปร้องเพลงให้อาจารย์ฟัง
'นี่แกจะไปอยู่เมืองนอกปีนึง ไปร้องเพลงให้เค้าฟังรึ?!'
ภาคบ่าย
ภาคบ่ายนี้มีพี่ Returnee เพิ่มมาอีกคน
ชื่อพี่ แทร์ (MEX#48) เพิ่มโดนส่งกลับก่อนกำหนดเพราะหวัดหมู
และพี่คนนี้คือ หนึ่งในกลุ่มที่ออกทีวี ที่ใส่หมวกใหญ่ๆ อ่ะแหละ : p
ก็จะให้แสดง บทบาทสมมุติ กลุ่มของเราได้หัวข้อ
สมมุติว่าเราเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนเอเอฟเอส
แล้วต้องการหาเงินเพี่สมทบกองทุนเด็กตาบอด
จะทำยังไง เพื่อให้ชาวต่างชาติมาสนใจและให้เงิน ...
นี่คือพล็อตเรื่องที่คิดกันขึ้นมา
ก็จะมีฉัน กับพี่มิ้มเป็นตัวดำเนินเรื่อง เรื่องมีอยู่ว่า ฉันกับพี่มิ้ม ไปเจอกันโดยบังเอิญที่ข้างถนน
แล้วฉันก็ชวนพี่มิ้มไปดูงานวัด พอไปก็พบว่า มีการรำวงกันอยู่
ฉันกับพี่มิ้มก็เดินเข้าไปถามว่านี่มันเรียกว่าอะไรหรอ ถามเสร็จก็เข้าไปรำด้วย บลา ๆ ~
พอถึงเวลาแสดง เละไม่เป็นท่า ลืมบท เสียงเบา สรุป!
เค้าให้เวลา 15 นาที กลุ่มของฉันแสดงไป 4 นาทีถ้วน!
พอถึงกลุ่มต่อไป เริ่มเรื่องมาก็มีคนถือกระดาษในนั้นเขียนภาษาอังกฤษ
ขั้นไฮโซไว้ ย้ำ! ว่า เป็นศัพท์ัขั้นไฮโซ ตอนนั้น บางคำเกิดมาฉันยังไม่เคยได้ยินเลยด้วยซ้ำ
หยุดนะ! พอได้แล้ว ! เลิกซ้ำเติมกลุ่มฉันซักที!
อะไรกัน มีคนเตรียมขลุ่ยไปเป่าด้วย มีรำมวยไทยด้วยยยยยย
กลุ่มของฉันนั่งดูไปสมเพชตัวเองไป = =
และเมื่อถึงเวลาที่ทุกคนจะแยกย้าย กันไป ครูให้ออกมาพูดความรู้สึกหน้าห้องทีละคน
ฉันก็ได้พูดว่า
'บอกตามตรง ถ้าวันนี้ไม่ติด ก็คงไม่เสียใจ
เพราะว่าฉันได้ทำเต็มที่แล้วจริง ๆ วันนี้เป็นวันที่ฉันได้พูดภาษาอังกฤษเยอะที่สุด
เป็นวันที่ฉันได้มาร้องเพลงให้คนแปลกหน้าฟังถ้าไม่ติด อย่างน้อยๆ
วันนี้ฉันก็ได้เพื่อน วันนี้ฉันได้แสดงออก วันนี้ฉันได้ทำสิ่งต่างๆที่ไม่คิดว่าจะทำได้ '
สรุป!
-กล้าแสดงออก อย่าเกินหน้าเกินตาจนเกินไป
-กล้าพูดภาษาอังกฤษ และอย่ากลัวที่จะผิด
-อย่าทำตัวเป็นเด็กไร้เดียวสา จงตอแหลให้เต็มที่ เวลาตอบคำถามตอนสัมภาษณ์เดี่ยว ไม่ต้องเป็นความจริงเสมอไปโกหกมั่งก็ได้ เค้าไม่รู้หรอก ถ้าอยากจะพูดความจริงแต่นึกศัพท์ไม่ออก มันก็ไม่คุ้มจริงมะ?
-เวลาสัมภาษณ์เดี่ยวหัวเราะ + ยิ้ม อาจารย์เค้าคงจะรู้สึกดี ถ้าเห็นเราอารมณ์ดี ไม่เครียด หัวเราะดัง ๆ
-พยายามอย่าฆ่าสัตว์ + เถียงพ่อแม่ + พูดคำหยาบ (อันนี้คงห้ามไม่ได้ เวลาสัมภาษณ์เสร็จ
แล้วเจอเพื่อนนี่ใส่เต็มที่เลยนะ)
คำบอกเล่าเกี่ยวกับการสัมภาษณ์และคำถามที่พวกเขาเจอ (ฺบราซิลเลี่ยนและเม็กซิเกี๊ยน)
- เจอถามว่า 'ชีวิตคืออะไร' , (เพื่อนพี่ขอเปลี่ยนคำถามค่ะ)
- มีอาชีพอะไรที่ไม่เราชอบที่สุด เพราะอะไร
- ถ้าเครื่องบินจะตก แล้วเขาให้เราเลือก 1 คน (ซึ่งเป็นคนขับรถเมล์,ผู้พิพากษา,ดารา,นักการเมือง,
ทหาร,หมอฟัน) จะเลือกอาชีพอะไรให้รอดตายไปกับเรา .
- นร.มีความคิดเห็นอย่างไรกับการเมืองตอนนี้
- นร. อยู่เสื้อสีอะไรคะ? (อันนี้มันของปีที่แล้ว ถ้าสอบปีนี้ก็อาจจะเป็นประมาณว่า หลินปิงผสมพันธุ์แบบไหน)
- โครงการแลกเปลี่ยนเอเอฟเอส มีมาแล้วกี่ปี
เพื่อนเราตอบอย่างภามภูมิใจ 'เก้าสิบปีค่ะ!'
-ครูฟังขมวดคิ้วแล้วถามด้วยน้ำเสียงเข้มครึมว่า 'แล้วเธอเป็นรู่นที่เท่าไหร่?'
-'เอ่อ .. สี่สิบเก้าค่ะ' ฮาาาาาาา!
- ไหนลองเดินให้ดูซิ (เดินหลังตรง มั่นใจในตัวเอง)
- ไหนลองรำให้ดูหน่อย (เจ๊คนที่ตอบว่าเก้าสิบปี ก็รำเพลงลอยกระทงไปตามระเบียบ)
- มีอะไรจะโชว์อีกไหม? (เอ่อ .. หนูสามารถแต่งรูปในโฟโต้ช็อปได้ค่ะ) < คำตอบต้องห้ามนะคะน้อง ฮ่ะๆ
- ถ้าโฮสจะขอมีเซ็กซ์กับเราล่ะ (เค้าเรียกว่า คำถามเฉพาะหน้า มีสติไว้น้อง จุดๆนั้นตื่นเต้นไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้น คิดว่าตอบอย่างใช้เหตุผล แล้วอย่าจบทื่อๆ เมื่อน้องพูดเปิดขึ้นมา ก็ต้องรู้จัก'จบให้เป็น' เพราะไม่เช่นนั้น คำถามน้องเองนั่นแหละ จะเป็นตัวย้อนกลับมาทำ้ร้ายตัวน้องเอง)
- ถ้าลูกสาวโฮสเป็นเลสเบี้ยน ขอมีอะไรกับเรา เราจะให้ไหม(สำหรับผู้หญิง)
- ถ้าลูกชายโฮสเป็นเกย์ จะยอมให้เขามีเซ็กซ์กับเรารึเปล่า(สำหรับผู้ชาย)
- ถ้าตกรถเมล์ที่นั่นจะทำอย่างไร (อย่าตอบว่า ก็เก็บสิ = =)
- คำถามเฉพาะหน้า คิดและตอบอย่างมีเหตุผล พูดให้เค้าฟังไปแล้วต้องอธิบายให้เข้าใจด้วย
- มีวิธีการเผยแพร่วัฒนธรรมของเราอย่างไรบ้าง (อันนี้เราเจอ)
- ถ้าจะตำส้มตำ แล้วไม่มีมะละกอ ไม่มีครก ไม่มีสาก เราจะใช้อะไรทดแทน
- เตรียมเหตุผลของประเทศทั้งสามประเทศที่เราเลือกด้วยว่า ทำไมถึงอยากไป (เจอแน่นอน!)
แนะนำ ห้ามเด็ดขาด , อยากไปเมกาเพราะอยากไปเที่ยวค่ะ
(งั้นเธอจะได้อยู่เที่ยวเมืองไทยไปอีกปี)
ขอให้ทุกคนโชคดี แล้วมาเป็น AFSer#50 กัน ให้จงได้
เพี้ยงงงงงงงงง!
edit @ 18 Dec 2009 23:46:54 by DAMRAZ
บทที่ 1 จุดเริ่มต้นของทั้งหมด + สอบข้อเขียน
posted on 11 Sep 2009 22:03 by damraz

Olá!
ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนนะ : )
เราชื่อ 'ลิลลี่' อายุ 15 ปี
กำลังจะไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ประเทศบราซิล
ในโครงการ AFS รุ่นที่ 49 ภาคพื้นทวีปใต้
ณ ตอนนี้เรียนอยู่ที่ โรงเรียน สามเสนวิทยาลัย ชั้น ม.3
* จุดประสงค์ของการเขียน Blog ครั้งนี้ก็เพื่อ
เล่าประสบการณ์การสอบ ข้อเขียน สัมภาษณ์ เตรียมตัวอย่างไร
ถ้าใครมีคุณสมบัติครบตามที่ทางเอเอฟเอสกำหนดก็อยากให้ไปลองสมัครสอบกันดูนะคะ
ถ้าเกิดติดขึ้นมา ระยะเวลา 1 ปี ,มันอาจจะเปลี่ยนชีวิตคุณได้เลยนะ
คุณสมบัติผู้สมัคร
1. สัญชาติไทย
2. กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยม 3-4-5 หรือเทียบเท่า
3. ต้องไม่เคยเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนไปต่างประเทศที่มีระยะเวลามากกว่า 6 เดือน
4.ห้ามเลว (เป็นผู้ที่มีความประพฤติดี รักษาศีลห้า ฮ่ะๆ)
5. ไม่โรคจิต ไม่เป็นไทรอยด์ ไม่เป็นเบาหวาน ไม่เป็นไวรัสตับอักเสบ สามารถควบคุมอารมณ์(?)ได้
6. เกรดเฉลี่ย (GPA) ไม่ต่ำกว่า 2.30 (ขณะสมัครเข้าโครงการ ถึง วันบิน)
หลักฐานการสมัคร
1. ใบสมัคร ราคา 200 บาทไทย ถ้าโดนเก็บมากกว่านั้นให้ไปฟ้องครูใหญ่
(หาซื้อได้จาก ห้องพักครูภาษาอังกฤษ ,ตึก EP. ,ETC.)
2. ติดรูปถ่ายนักเรียน กรอกข้อความให้สมบูรณ์ พร้อมลายเซ้นพ่อแม่แล้วก็ตัวเอง
3. รูปถ่ายหน้าตรง สีขาวหรือดำ ใส่ชุดนักเรียนระดับปัจจุบัน ไม่สวมหมวก ไม่ใส่แว่นตา 1 นิ้ว 2 รูป
หมายเหตุ* ใบสมัครสอบจะแนบมาพร้อมด้วยข้อสอบข้อเขียนปีที่แล้ว
แล้วหนังสือจะเป็นกระดาษมัน อีก 1 เล่ม จะบอกข้อมูลทั้งหมดอย่างละเอียด
ถึงชื่อก็บอกว่า ข้อเขียน แต่จริงๆแล้วเป็นข้อสอบ ฝนคำตอบค่ะ
แบ่งเป็น 2 ภาค คือ ภาคแรกจะมี ไทย สังคม ข่าวสารความรู้รอบตัว
ส่วนภาค2 จะเป็น ภาษาอังกฤษล้วนๆ ข้อสอบ Error แกรมม่า เติมคำในช่องว่าง คำแสลงควาย
สมัครแล้ว แล้วจะต้องไปสอบที่ไหน?
โรงเรียนที่ใช้เป็นสนามสอบจะแบ่งเป็นเขตๆ ไปค่ะ เช่้น
'เอเอฟเอสเขตธนบุรี' จะสอบที่โรงเรียนศึกษานารี
'เอเอฟเอสเขตกรุงเทพฯกลาง' จะสอบที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
'เอเอฟเอสเขตกรุงเทพฯเหนือ' จะสอบที่โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)
'เอเอฟเอสเขตกรุงเทพฯตะวันออก' จะสอบที่โรงเรียนเตรียมอุดมน้อมเกล้า
'เอเอฟเอสเขตกรุงเทพฯพหลโยธิน' จะสอบที่โรงเรียนสารวิทยา
รายละเอียดทุกอย่างจะอยู่ใน หนังสือกระดาษมันที่แนบไปให้พร้อมกับใบสมัครสอบ *
-----------------------------------------------------------------------------------------------
ตอนที่ 1 : จุดเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอย่าง
กลางเดือน 5 ปี 52
"ลิลลี่ !!" แจมเดินเข้ามาทักฉัน ตอนที่เดินสวนกัน
"จะไปสอบ เอเอฟเอส ไหม นี่ไงใบสมัครกับข้อสอบปีที่แล้ว ไปซื้อที่ตึก English Program อ่ะ"
แจมพูดพร้อมกับยื่นใบสมัครกับข้อสอบปีที่แล้วให้ฉันดู
" ฮ่ะ! อะไรเนี่ย ภาษาอังกฤษทั้งปึกเลย ! มีภาษาไทยอยู่แค่ 4 หน้า "
แล้วข้อสอบภาษาไทยง่ายซะที่ไหนกัน = =
ในความคิดฉันตอนนั้น ฉันคิดว่า AFS สูงเกินไปสำหรับฉัน,พี่สาวของฉันเคยไป AFS เยอรมัน รุ่น 38
แล้วได้โฮสไม่ดี ไม่ดีขั้นว่าเปลี่ยนแล้ว ก็ไม่ดีอีก พี่ฉันโทรกลับบ้านร้องไห้ ..
เศร้ามาก ..
แต่ ณ ปัจจุบันนี้ ฉันฟังพี่คุยโทรศัพท์กับเพื่อนเยอรมัน
หือ .. อิจฉาจัง
อยากพูดแบบนั้นได้บ้าง จะมีไหม....
ฉันที่ได้ไปเรียนที่ต่างประเทศน่ะ จะมีไหมโอกาสแบบนี้
ช่วงนั้นเหมือนเป็นช่วงการสอบชิงทุน มีทุนไหน ฉันสอบมันทุกทุน
เอาวะ! อย่างน้อยมันก็ต้องติดซักทุนแหละ
หลังจากวันนั้นประมาณ 1 เดือน ก็ถึงเวลาสอบข้อเขียน ณ โรงเรียนสารวิทยา
ฉันมาก่อนเวลาสอบประมาณ 1 ชม.
หลังจากที่รวบรวมเพื่อนทั้งหมดจากสามเสนเรียบร้อยแล้ว
( ฉัน ตวง เฟริส วุดวิด ตอง ปอ แจ๊บ แจม อิก กันต์ บอย เต้อ ดิว โปะ ตูน จ๋า อีฟ ฝ้าย แยม แพม นัท มิ้ว ฯลฯ)
ก็ถึงเวลาที่ได้เวลาเข้าห้องสอบ ฉันจำได้ขึ้นใจ ก่อนเข้าห้องสอบ ฉันกอดแม่แล้วน้ำตาไหล
ตอนนั้นไม่รู้เหมือนกันว่าจะร้องไห้ไปทำไม เรายังไม่ได้สอบเลยด้วยซ้ำ
..เวลาผ่านไป เกือบ 3 ชม...
ว่าที่ AFS ก็ค่อยๆเดินออกมาจากห้องสอบทีละคน ทีละคน ..
จนเหลือฉันกับแจม 2 คนสุดท้ายของห้อง!
มีเสียงประกาศว่า หมดเวลาสอบมาประมาณ 5 นาทีแล้ว
เพื่อนที่ออกไปเริ่มคุยกัน เสียงเริ่มดังขึ้น ๆ
อาจารย์คุมสอบมานั่งข้างๆ ฉัน แล้วยิ้ม และเขาก็ได้ส่งกระแสจิตมาว่า
'มึงลุกได้แล้ว'
ตายละ ๆ เหลืออีกเป็น 10 ข้อ ทำไม่ทัน ปวดฉี่ด้วย เพื่อนๆออกกันไปหมดแล้ว
เสียงก็ดัง ไม่มีสมาธิเลยโว้ยย!!
แล้ว 10 ข้อที่เหลือ ง่ายๆ ซะที่ไหนกันล่ะ (มันคือข้อสอบ Error!!)
ก็มันเป็นข้อที่ฉันเว้นไว้เพราะทำไม่ได้ทั้งนั้นเลย!
วินาทีนั้นฉันก็รีบเร่ง ฝนคำตอบไปมั่วๆ (ณ จุดจุดนั้น อยากไปเข้าห้องน้ำ T_T)
เดินออกมาจากห้องสอบ หลังจากที่ได้คุยกับเพื่อนแล้ว ฉันนับข้อผิดได้เยอะกว่าข้อถูกซะอีก!
แล้วยิ่ง 10 ข้อสุดท้าย ไม่ต้องไปพูดถึงมัน T ___ T
กลับมาบ้าน พ่อแม่ฉันถามว่าเป็นไงบ้าง ฉันได้แต่ตอบพวกท่านว่า
'ไม่มีทางติดหรอกค่ะ ยากชิบ*!'
ก่อนวันประกาศผู้ที่ผ่านการคัดเลือก (ข้อเขียน)
ฉันก็ลองเข้าเว็บ AFS Thailand ดูเผื่อมันประกาศ
โอ๊ะ! ทำไมโหลดเร็วจัง สงสัยคงยังไม่ประกาศมั้ง
แล้วฉันก็กดเข้าไป ... พิมพ์ชื่อโรงเรียนลงไป
มันก็ขึ้นชื่อของฉัน และก็เพื่อน ๆ ของฉันบางคน
ตอนนั้นคิดว่า เป็นรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบข้อเขียน ไม่ใช่ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่าน
แต่ฉันก็เลื่อนขึ้นไปดูที่หัวข้อ
'Pass the written exam'
....
...
ฉันยังคงนิ่งอยู่ ก่อนที่จะอ่านหัวข้ออีกครั้ง
'Pass the written exam'
'Pass the written exam'
'Pass the written exam'
'Pass the written exam'
!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
" ฮ่ะ ! นี่ชั้นผ่านการสอบข้อเขียน เอเอฟเอส เหรอเนี่ย !!!!"
" กรี๊ดดดดดดดดดดดดด !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! "
กรี๊ดออกมา ดังมากกกกกก!
ถ้ามีกล้องซักตัวที่อยู่บนอวกาศ ถ่ายลงมา ณ ตำแหน่งของบ้านฉัน
จะได้เห็นเด็กหญิงคนนึงกำลังร้องไห้ด้วยความดีใจอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์
แล้วเธอก็ได้บอกกับตัวเองว่า ฉันผ่านก้าวแรกได้แล้ว !
เยสสส!!!
สรุป!! (การเตรียมตัวสอบ ข้อเขียน AFS )
1. ฟังเพลง สากล
ลองฟังๆ ดูนะ ชอบเพลงไหนก็เปิดดูเนื้อเพลง แล้วก็หาศัพท์มันในเนื้อเพลงนี่แหละ !
ไม่ว่าจะเป็นข้อสอบ AFS หรือว่าสอบปลายภาคปกติทั่วไป
คิดดูนะ มีคนมากมายมาสมัครสอบ AFS (ปีล่ะเป็นหมื่นๆคน)
ถ้าเจอศัพท์ยากๆซักตัวและมันมาจากเนื้อเพลงที่เราเคยฝึกร้อง
'อย่างน้อย เราก็มีข้อที่มั่นใจข้อนึงละ'
และเมื่อวันไหนที่เราเห็นศัพท์ตัวนี้ที่ใดก็ตาม
เราจะจำได้เลยว่ามันแปลว่าอะไร มาจากเพลงอะไร ใครเป็นคนร้อง
2. อ่านหนังสือภาษาอังกฤษ
พยายามวางหนังสือภาษาอังกฤษไว้ในห้องน้ำ ;)
อ่านเมื่ออยากอ่าน ไม่อยากอ่านก็ไม่ต้องไปอ่าน
แนะนำ : Student Weekly, Penguin Books, Apple Fiction
3. ดู Series ต่างประเทศ (คำแนะนำ : ควรมี Dictionary อังกฤษ-ไทย อยู่ข้างกาย)
เอ่อ ซีรี่ย์ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง Coffee Prince นะ - -
ซีรี่ย์ฝรั่งมีตั้งหลายเรื่อง เยอะแยะไปหมด
นี่คือประเด็น พอเราดู Series มันจะแบ่งเป็น Season ใช่มะ แล้วจะเกิดอะไรขึ้น
เมื่อเราดูจบ Season แล้ว อีก Season มันยังไม่เข้าไทย ??
คำตอบคือ
ฝากคนซื้อจากต่างประเทศ และ ที่สำคัญ .. มันไม่มี Sub ไทย!!
เชื่อไหม ถึงเราจะชอบซีรี่ย์เรื่องนี้ขนาดไหนก็เหอะ ใครมันจะไปนั่งดูซับภาษาอังกฤษวะ ยากจะตายห่า
นี่คือระยะแรก ของคนที่ไม่เคยดูซับอังกฤษ
ระยะต่อไป คุณจะต้องนั่งกด Play > Pause > Play > Pause (แล้ววิ่งไปเปิดดิก 55)
เพื่อที่จะให้มัน พูดช้าๆหน่อยสิโว้ยยย กูอ่านไม่ทันแล้ว!!!
นี่แหละ! ที่กำลังพูดถึง นี่คือระยะ ซึมซับ !!!!
ศัพท์บางตัว แม่งเกิดมายังไม่เคยเห็นเลย มาเห็นครั้งแรกก็ที่นี่แหละ!
เรียกมันว่า , ' แหล่งขุมทรัพย์ !'
และเมื่อเวลาผ่านไป เชื่อไหมละ คุณสามารถดูได้โดยปราศจากดิก!
พยายามหานักแสดงเป็นตัวล่อ Gossip Girl งี้ แล้วจะไม่ยอมพลาดซักตอน ,พี่ชัคสุดหล่อ!!
----------------------------------------------------------------------------------
สิ่งที่เราอยากจะบอกก็คือ จงตั้งใจ ข้อสอบมันไม่ได้ยากอะไรมากมาย
แค่มีความมุ่งมั่นตั้งใจ ไม่หยิ่งในความรู้ของตัวเอง พยายามทบทวน
เอาข้อสอบเก่าๆมานั่งทำ เราไม่ได้บอกว่า ถ้าทำตามที่เราแนะนำ
แล้วจะ 'สอบติดแน่นอน' นะ นี่แค่เป็นแนวทางที่เราใช้ ; )
- ตรงหมวดภาษาไทย จะมีพวก คำเป็นคำตาย สำนวนโวหาร กลอน ข่าวสาร ความรู้รอบตัว
คำใดเขียนผิด คำใดเขียนถูก ข้อใดต่างจากพวก (มันต่างกันตรงไหนวะ?!)
- หมวดอังกฤษ - ระวังเรื่องคำแสลง (เจอมาแล้ว อยากเผาข้อสอบทิ้ง ควายเอ้ย!)
- แกรมม่า - อ่านไปนิดหน่อย ไปนั่งจริงๆก็ลืม ( เรื่องจริง T__T )
- การหา Main Idea - ของเรื่องที่เขาให้มา มองหาแถวๆ ย่อหน้าแรก
- การเติมคำในช่องว่าง - ตรงนี้ขอบอกว่าหิน! การเติมคำในช่องว่างนี้ อย่านึกว่า แค่เติม s หรือ ed นะ
บางทีให้เติมเป็นประโยคยาวๆ ซึ่งตัวเลือกที่ให้เอามาเติม มันจะได้ใจความทั้งหมด
ลองใช้ไหวพริบคิดดู ว่าอันไหนที่คิดว่าเหมาะที่สุด บางทีจะมีรายละเอียดเพียงจุดเล็กๆ จุดเดียว
แต่ก็อย่ามองข้ามนะ ,แล้วศัพท์บางตัวที่ให้เติม โคตรจะยาก คือคำแปลมันมีอีกหลายตัว แต่แม่งไม่เอาไง
ดันเอาศัพท์ที่เป็นทางการ ศัพท์ที่คนเค้าไม่พูดกัน เอาคำแบบนี้ .. Student Weekly ไม่รับแปลว้อยยย!!!
ลองใช้เซ้นในการเดานิดนึง แต่ใครที่มั่นใจตรงนี้เก่งเว่อร์อ่ะ ฮ่ะๆ
- บทสนทนาระหว่างผู้คน - แนะนำว่า ควรอ่านตั้งแต่ต้นจะจบก่อน แล้วคิดในใจว่าควรจะเติมอันไหนดี
อย่าอ่านปุ๊บพอมาถึงช่องว่าง แล้วลงไปมองตัวเลือกนะ เพราะเดี๋ยวมันจะงง
- การ์ตูน, มุขตลกของฝรั่ง(ซึ่งกูไม่เข้าใจ!) - ขอโทษนะคะ ไม่สามารถแนะนำได้ เพราะทุกวันนี้ก็ยังไม่ทราบคำตอบของอีข้อนั้น T___T
- เกี่ยวกับสถาพอากาศ - รุ่น 48 โดนเกี่ยวกับ อากาศของประเทศไทย แต่รุ่นเราโดน
ชั้นบรรยากาศของโลก(ขอบคุณนะ)
-แผนภูมิแท่ง , กราฟแสดงรายได้ , ไดอะแกรม , แผนภูมิวงกลม, การคิด% - ตรงนี้ไม่ยากมากนะ อาจจะฟังดูเลวร้ายไปหน่อย แต่จริงๆ พอเดาได้ค่ะ บวกลบเลขธรรมดา (อาจมีคูณหรือหาร นิดหน่อย ^ ^)
-คำศัพท์ - จะมีบทความมาให้บทนึง อาจจะยาวหน่อย แล้วเค้าก็จะเน้นศํพท์ตัวนึง ทำให้เป็นตัวหนา
ซึ่งเบสิคแล้ว จะเป็นศัพท์ตัวที่เราไม่รู้ ไม่เคยเห็น อาจจะเคยเห็น แต่ก็ไม่คิดที่จะไปเปิดดิก ขี้เกียจ!!
แล้วเค้าก็จะถามว่า มันแปลว่าอะไร T____T ป๊าดดดดด !!!
-Error - โคตรจะเกลียดเลย แต่พึ่งมาเปิดโลกกว้างก็วันนี้แหละ! , เคยเรียนมาบ้างจากครูสมศรี เวลาให้เลือกข้อที่ผิดมันก็จะเป็นแค่คำศํพท์คำนึง โผล่ขึ้นมามั่ง ก็นิดหน่อย โอเคพอรับได้ แต่นี่!
มาทั้งประโยค!! กินไปทั้งบรรท้าดดดดด แล้วจะให้ทำยังไง!! และนี่ก็คือ ข้อที่เว้นไว้ทำสุดท้าย ฮ่าๆ
ปัญหาที่เจอบ่อย*
- ไม่รู้ศัพท์ คำแปล - เป็นกันทุกคนนะข้อนี้ แนะนำคือ ให้หาคำที่เชื่อมกันอยู่ ลองอ่านประโยคที่เค้าให้มาทั้งหมดก่อน แล้วค่อยลองแปลด้วยภาษาของเราเอง ลองตีความในหัวก่อนจะดีมาก หรือไม่ก็หาศํพท์ตัวข้างๆ สังเกตพวกเครื่องหมายด้วย ; , or and but คำแปลเป็น Positive หรือ Negative หาความเป็นไปได้ให้มากที่สุด
- เวลาอาจารย์เค้าแจกข้อสอบ มันจะแม็กซ์ตัวข้อสอบมาให้ ฉีดให้มันขาดไปเลย ไม่ใช่มานั่งแกะอย่างนุ่มนวล ผลสุดท้ายคือ ทำข้อสอบไม่ทันนะจ๊ะ
ปล. ที่เราแนะนำมาทั้งหมด ไม่ใช่ไปอัดลงภายใน 1 เดือนนะ (คือตั้งแต่ส่งใบสมัครสอบ - วันสอบข้อเขียน)
ฉะนั้น เริ่มทำซะตั้งแต่วันนี้! แล้วซักวันเมื่อคุณได้ชื่อว่าเป็น 'นักเรียนแลกเปลี่ยน' แล้ว
คุณจะรู้สึกภูมิใจในตัวเอง และคุณจะหันกลับมามองว่า
การที่เรามานั่งท่องศัพท์ หรืออะไรแบบนั้น มันมีความหมายจริงๆนะ
สอบข้อเขียน AFS รุ่น 50 ประมาณเดือนมิถุนายน 53
มันมากเกินไปด้วยซ้ำสำหรับบางคน ที่มุ่งมั่นตั้งใจ
แต่มันจะน้อยเกินไป สำหรับคนที่คิดว่าตัวเองเก่งแล้ว
impressionis_me@hotmail.com
เมล์เรานะ ใครมีอะไรสงสัย ถามได้เลย
ถึงแม้มันจะเป็นคำถามที่โง่เง่าที่สุดในชีวิต เราก็ยินดีตอบนะจ๊ะ ฮ่าๆ
เช่น พี่คะบัตรประจำตัวสอบหนูหาย ชีวิตจะดับวูบไหม?
ตื่นสาย วันสอบข้อเขียนได้มากสุดกี่โมงคะ?
ถ้าขี้หักในตอนทำ Error จะสามารถมั่วยังไงให้ติดคะ?
บลา ๆ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ
edit @ 18 Dec 2009 23:18:49 by DAMRAZ